ไฮเกจคืออะไร? ตอบโจทย์การใช้งานแบบไหน?




ในขั้นตอนการผลิต จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือวัดที่มีความถูกต้อง (Accuracy) และความเที่ยงตรง (Precision) ที่สุด เพราะฉะนั้นจึงต้องเลือกใช้เครื่องมือวัดที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการทำงาน โดย “ไฮเกจ” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับงานประเภทนี้ 

 

ทำความรู้จัก “ไฮเกจ”

 

ไฮเกจ (Height Gauge) คือเครื่องมือวัดขนาดความสูง (Height) สำหรับงานโมเดลหรือร่างแบบ (Lay-out) ในงานอุตสาหกรรมโลหะก่อนทำการผลิตจริง

 

โดยที่ผู้ทำการวัดสามารถทำการขีดรอยเพื่อกำหนดระยะ ขนาด หรือความสูง บนผิวงานได้ด้วยเหล็กบาก (Scriber) ที่ติดตั้งมากับตัวอุปกรณ์ สามารถใช้งานคู่กับโต๊ะระดับหรือแท่นระดับ (Surface Plate) เพื่อให้ได้ระนาบผิวอ้างอิงในการวัด

 

นอกจากนี้ไฮเกจยังถูกใช้ในรูปแบบงานอื่นๆ เช่น “มาตรวิทยา” หรือใช้งานในทางการแพทย์เพื่อวัดส่วนสูงของผู้ป่วยอีกด้วย

 

ประเภทของไฮเกจ

 

ในปัจจุบันไฮเกจได้ถูกพัฒนามากขึ้นตามลักษณะเฉพาะของโครงสร้างและระบบการทำงาน โดยยังมีลักษณะการใช้งานพื้นฐานที่ไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่ก็มีจุดเด่นที่ต่างกันออกไปในแต่ละประเภท โดยจะถูกแบ่งออก 3 ชนิด ได้แก่ 

 

  1. เวอร์เนียไฮเกจ (Vernier Height Gage)
  2. ไดอัลไฮเกจ ((Dial Height Gage))
  3. ดิจิทัลไฮเกจ (Digimatic Height Gage)

 

1. เวอร์เนียไฮเกจ (Vernier Height Gauge)

 

เวอร์เนียไฮเกจ เป็นไฮเกจรูปแบบดั้งเดิม ใช้สำหรับงานวัดความสูงหรือร่างแบบทั่วไป มีการแบ่งสเกลและค่าละเอียดดังนี้

 

  • ระบบเมตริก: มีขนาด 200, 300, 450, 600, 1000 และ 1500 มิลลิเมตร ตามลำดับ มีค่าความละเอียดที่ 0.02 และ 0.05 มิลลิเมตร
  • ระบบนิ้ว: มีขนาด 8, 12, 18, 24 และ 40 นิ้ว ตามลำดับ มีค่าความละเอียดที่ 0.001 นิ้ว

 

ปัจจุบันมีการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างเป็นแบบไดอัล และดิจิทัลไฮเกจ ที่มีค่าความละเอียดสูงกว่า และสามารถวัดผลได้แม่นยำมากกว่า

 

2. ไดอัลไฮเกจ (Dial Height Gauge)

 

ไดอัลไฮเกจ เป็นรูปแบบที่พัฒนาแล้วของไฮเกจแบบธรรมดา โดยจะมีหน่วยวัดเป็นหน้าปัดและสเกลคล้ายกับนาฬิกา โดยแต่ละสเกลมีค่าความละเอียด 0.01 มิลลิเมตร ทำให้สามารถวัดค่าได้ละเอียด และเที่ยงตรงยิ่งกว่าไฮเกจแบบธรรมดา ทำให้เป็นที่นิยมมากๆ ในสายงานการผลิต

 

3. ดิจิทัลไฮเกจ (Digital Height Gauge)

 

ดิจิทัลไฮเกจ  เป็นอีกขั้นของการพัฒนาของไฮเกจ โดยเปลี่ยนระบบการวัดเป็นแบบไฟฟ้า วัดผลและแสดงค่าออกมาเป็นตัวเลขผ่านทางจอแสดงผล มีค่าความละเอียดที่ 0.01 และ 0.005 มิลลิเมตร จึงทำให้มีความแม่นยำสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ 

 

นอกจากประสิทธิภาพที่เหนือกว่าไฮเกจตัวอื่นๆ แล้ว ดิจิทัลไฮเกจยังสามารถใส่ฟังก์ชั่นอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เข้ามาเพื่อช่วยให้การใช้งานที่สะดวกขึ้นอีกด้วย เช่น การส่งผลการวัดเข้าระบบคอมพิวเตอร์

 

การดูแลรักษาไฮเกจ

 

  1. หากใช้วัดในชิ้นงานหรือบริเวณที่มีการใช้น้ำมัน ให้ใช้ผ้าเช็ดส่วนที่เลอะออก และเคลือบน้ำมันกันสนิมหลังทำความสะอาด
  2. เมื่อต้องจัดเก็บเครื่องมือเป็นเวลานานให้ครอบตัวอุปกรณ์ด้วยถุงก่อนจัดเก็บเพื่อป้องกันการเกิดสนิม
  3. ควรจัดเก็บเครื่องมือในห้องที่ไม่มีความร้อนหรือความชื้นสูง รวมถึงฝุ่นละอองและคราบน้ำมัน
  4. สำหรับดิจิตอลไฮเกจ หากต้องจัดเก็บเครื่องมือเป็นเวลานานให้ถอดถ่านออกก่อน แล้วจึงคลุมผ้าเก็บ
  5. ทำการสอบเทียบเครื่องมือวัด (Calibration) เมื่อถึงเวลาที่กำหนดเพื่อตรวจความแม่นยำของอุปกรณ์อยู่เสมอ

 

ข้อควรระวังในการใช้งานไฮเกจ

 

แม้ว่าไฮเกจจะเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับงานวัดและร่างแบบ แต่ก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งจากส่วนเหล็กบาก (Scriber) บาดเข้าจากความไม่ระมัดระวังและการจัดเก็บที่ไม่ถูกต้อง โดยข้อควรระวังในการใช้งานไฮเกจ มีดังนี้

 

  1. หลังการใช้งานระวังไม่ให้ปากวัดยื่นเกินออกมาจากขอบของโต๊ะระดับ เพื่อป้องกันเหล็กบากไปโดนผู้ที่เดินผ่านไปมา
  2. เมื่อต้องการเก็บอุปกรณ์ ควรถอดปากวัดออกและปรับให้อยู่สูงกว่าพื้นเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนบาด
  3. หากไม่ใช้อุปกรณ์เป็นเวลานานควรใช้ถุงครอบ และถอดเก็บเหล็กบากหลังการใช้งาน

 

สินค้าและบริการด้านเครื่องมือวัดจากสุมิพล

 

ในปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีทำให้เครื่องมือวัดต่างๆ ใช้งานได้ง่าย มีความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรงสูง ซึ่งนอกจากไฮเกจที่เราได้กล่าวถึงแล้ว ยังมีเครื่องมือวัดประเภทอื่นที่แตกต่างไปตามประเภทของการใช้งาน และอุตสาหกรรม โดยคุณสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

 

ถ้าคุณสนใจรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือวัด หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ คุณสามารถติดต่อเราได้ที่นี่ ทางเราพร้อมให้บริการกับคุณอย่างเต็มที่ ด้วยการให้คำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคด้านเครื่องมือและเครื่องจักรกลคุณภาพสูง