หุ่นยนต์เชื่อมตอบโจทย์โรงงานอุตสาหกรรมได้จริงหรือไม่?




ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อัตราการใช้หุ่นยนต์เติบโตขึ้นอย่าวก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น ทำให้ทางผู้ประกอบการต้องหาตัวช่วยนอกจากมนุษย์เข้ามาเสริมกำลังการผลิต เช่น หุ่นยนต์เชื่อม หุ่นยนต์พ่นสี หุ่นยนต์อเนกประสงค์ เป็นต้น

 

โดยเฉพาะหุ่นยนต์เชื่อมที่เป็นหนึ่งในหุ่นยนต์ที่มีการใช้ในการประกอบชิ้นส่วนมากที่สุด เพราะการเชื่อมเป็นการจบกระบวนการสร้างชิ้นงานก่อนเก็บรายละเอียด 

 

ทำไมต้องมีการลงทุนในหุ่นยนต์เชื่อมขนาดนี้ ลองมาดูแนวคิดในการสร้างหุ่นยนต์ชนิดนี้กันก่อนดีกว่า

 

จุดกำเนิดของหุ่นยนต์เชื่อม 

 

หุ่นยนต์เชื่อมถูกคิดค้นขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ในวงการผลิตรถยนต์ เมื่อบริษัทผลิตรถยนต์ในอเมริกาต้องการลดระยะเวลาในการประกอบรถยนต์และเพิ่มความสะดวกให้กับพนักงานของตัวเอง จึงคิดค้นอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้แรงของมนุษย์ให้น้อยที่สุด หุ่นยนต์เชื่อมตัวแรกจึงเกิดขึ้น

 

หลังจากนั้นหุ่นยนต์เชื่อมก็ถูกพัฒนาเรื่อยมาและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนปลายศตวรรษที่ 19 และนั่นเป็นช่วงเวลาที่คนบนโลกได้เห็นว่า สิ่งที่เรียกว่า “หุ่นยนต์” ไม่ใช่เรื่องสมมติที่อยู่แค่ในนิยายหรือหนังไซไฟอีกต่อไปแล้ว 

 

และยิ่งหุ่นยนต์เชื่อมแพร่หลายมากขึ้น ยิ่งมีผู้ผลิตมากขึ้น ราคาของหุ่นยนต์โดยรวมจึงลดลงและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ประเทศอื่นๆ นอกจากอเมริกาเริ่มเข้ามาในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ทำให้ตลาดหุ่นยนต์มีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งด้านมูลค่าและเทคโนโลยี 

 

ซึ่งในปัจจุบันกระบวนการเชื่อมในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ต่างใช้หุ่นยนต์เชื่อมแทบทั้งหมด โดยมีการทำงานแบบอัตโนมัติเป็นหลัก และเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการทำงานหลายอย่างได้โดยการสั่งการเพียงครั้งเดียว

 

รูปภายในบทความ หุ่นยนต์เชื่อม

 

หุ่นยนต์เชื่อม การทำงานที่ตอบโจทย์แห่งยุคสมัย

 

การเชื่อมถือเป็นหนึ่งในงานที่ต้องอาศัยความชำนาญสูง ทั้งประสบการณ์ ความแม่นยำ เทคนิคส่วนบุคคล และการหาผู้ชำนาญการท่ามกลางช่างมากมายทั่วประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกเหนือจากเรื่องนี้ก็ยังมีปัญหาอื่นๆ อีก เช่น 

 

  • ค่าแรงคนงานที่สูงขึ้น 
  • ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในโรงงาน
  • ความต้องการในการผลิตที่ผันผวน
  • การเชื่อมสมัยใหม่ที่ต้องใช้ความละเอียดและเทคนิคมากขึ้น 
  • การแข่งขันในการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการรถยนต์ที่มีการเปลี่ยนทิศทางการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านจากปัจจัยเบื้องบนที่เกี่ยวเนื่องกัน เป็นต้น

 

สาเหตุเหล่านี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้อุตสาหกรรมการผลิตด้วยหุ่นยนต์ในประเทศไทยเริ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่การผลิตในประเทศถูกผลักดันเป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปยังระดับสากล

 

หุ่นยนต์เชื่อมตอบโจทย์ด้านการทำงานอย่างไร 

 

นอกเหนือจากประเด็นเรื่องค่าแรงและการขาดแคลนแรงงานมนุษย์ การใช้หุ่นยนต์เชื่อมเข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมแทนมีข้อดีดังต่อไปนี้

 

  • ไม่ต้องพึ่งพาแรงงานจำนวนมาก
  • ไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานที่มีความรู้เฉพาะด้าน หรือความถนัดเฉพาะตัว 
  • งานทุกชิ้นมีมาตรฐาน เนื่องจากหุ่นยนต์ไม่มีปัญหาเรื่องความเหนื่อยล้า หรือปัญหาทางสภาพจิตใจ 
  • สามารถทำงานละเอียดที่มีปริมาณมากได้รวดเร็ว เพิ่มความสามารถในการผลิต 
  • ทำงานสะอาด และเงียบ
  • สามารถใช้งานได้ทั้งโรงงานขนาดใหญ่และขนาดย่อม
  • ปลอดภัย เนื่องจากมนุษย์ไม่ต้องเสี่ยงในการผลิต ที่อาจได้รับควันสารพิษ หรือแสงสว่างจากบางมุมติดกันนานๆ 

 

ซึ่งหุ่นยนต์เชื่อมนี้มีการใช้งานหลากหลายรูปแบบมาตั้งแต่สมัยอดีต ตั้งแต่การเชื่อมต่อถังเก็บน้ำ อุปกรณ์เดินทาง ไปจนถึงเชื่อมต่อโลหะเพื่อประกอบสะพาน

 

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นการตอบโจทย์เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ในระยะยาวอย่างแท้จริง เพราะนอกจากหุ่นยนต์เชื่อมแล้วยังมีการพัฒนาหุ่นยนต์รูปแบบอื่นๆ ออกมาอีกมาก และมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ผสานเข้ากับหุ่นยนต์เพื่อช่วยในการทำงานได้ดีขึ้นด้วย

 

อนาคตใหม่ของหุ่นยนต์เชื่อม

 

เทคโนโลยีหุ่นยนต์กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามองอย่างยิ่งยวดในยุคที่เพิ่งจะผ่าน Digital Disruption มาหมาดๆ เนื่องจากว่าผู้ประกอบการต้องการ “ดิจิทัล” เข้ามาเกี่ยวข้องกับหุ่น รวมถึงเพิ่มการทำงานที่หลากหลายขึ้นให้กับหุ่นยนต์ 

 

หุ่นยนต์เชื่อมจึงเพิ่มความสามารถจนกลายเป็นหุ่นยนต์รูปแบบอเนกประสงค์ที่สามารถเชื่อม จับ ตัดชิ้นงาน และทำงานอื่นๆ ได้ภายในหุ่นตัวเดียว

 

รูปที่2 ภายในบทความ หุ่นยนต์เชื่อม

 

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Internet of Thing หรือ IoT และ Automation เข้ามาช่วยก็เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากทำให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งการหุ่นยนต์ได้แม้ว่าจะอยู่ห่างออกไปอีกซีกโลกก็ตาม และหุ่นยนต์ยังมีการทำงานเองทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องสั่งการยิบย่อย

 

ยกตัวอย่างเช่น

หุ่นยนต์อุตสาหกรรมจาก FANUC LR Mate ที่มีการปรับรูปแบบให้เป็นหุ่นยนต์อเนกประสงค์ สามารถใช้ได้ในพื้นที่จำกัด ทำได้ทั้ง เชื่อม พ่นสี และอื่นๆ ตามอุปกรณ์ที่ติดตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

หรือจะเป็น ARC Welding Robot ที่ยังคงเน้นด้านงานเชื่อมโดยเแพาะ แต่เปลี่ยนรูปแบบให้สามารถเชื่อมในพื้นที่แคบได้ รอรับน้ำหนักได้มากขึ้น เพิ่มรูปแบบการเชื่อมให้มากขึ้นด้วย เช่น การเชื่อมเลเซอร์ เชื่อมอาร์ค หรืองานตัดก็สามารถทำได้เช่นกัน

 

ทิศทางการพัฒนาหุ่นยนต์ในปัจจุบันถือเป็นการเปิดหนทางสู่ IIoT หรือ Industrial Internet of Thing ที่เป็นการสั่งการโรงงานผ่านระบบดิจิทัลครบวงจร โดยมีประเทศอุตสาหกรรมใหญ่ๆ อย่างจีนและสหรัฐอเมริกานำหน้าไปสักพักใหญ่แล้ว ซึ่งประเทศอื่นก็จะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมออกมาในรูปแบบใกล้เคียงกัน ซึ่งแน่นอนว่าไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น 

 

ประเทศไทยมีผู้ประกอบการเกี่ยวกับการผลิตระบบหุ่นยนต์กว่า 60 บริษัท และยังมีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเอื้อต่อการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้มากขึ้น ไม่น่าแปลกใจเลยว่าท้ายสุดแล้วไทยจะมุ่งสู่การพัฒนาโรงงานหุ่นยนต์สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน

 

สรุปบทความ

 

ไม่ว่าอย่างไรการเปลี่ยนแปลงก็เข้ามาถึงสักวัน โดยเฉพาะในมุมของเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง และต้องพัฒนาตัวอย่างต่อเนื่อง หุ่นยนต์เชื่อมก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า การทำงานที่หนัก ละเอียดหลายขั้นตอน และมีความซ้ำซากจำเจ จำเป็นต้องพึ่งพาหุ่นยนต์มากขนาดไหน

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพ มีความคงทน ทำงานได้หลากหลาย เพื่อความคุ้มค่าในการลงทุนของผู้ประกอบการ ที่นอกจากจะต้องคำนึงถึงการใช้งานในปัจจุบัน ยังต้องมองไปยังอนาคตด้วย

 

หากคุณสนใจข้อมูลเกี่ยวกับหุ่นยนต์เชื่อมหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรม สามารถติดต่อเราได้ที่นี่ ทางเราพร้อมให้บริการอย่างเต็มที่โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลคุณภาพสูง

 

บริการด้านเครื่องจักรจากสุมิพล

 

สุมิพลให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเครื่องจักรอุปกรณ์และเครื่องมือตัดแต่งขึ้นรูปโลหะ ที่เหมาะสมกับกระบวนการผลิตชิ้นงาน โดยขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละสายการผลิตและความคุ้มค่ากับการลงทุน ด้วยอุปกรณ์อัตโนมัติที่ทันสมัยและโปรแกรมในการออกแบบเพื่อการทำงานเสมือนจริงมากที่สุด

 

ถ้าคุณสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของสินค้าหรือบริการจากเรา คุณสามารถติดต่อเราได้ที่นี่ หรือ Call Center 02-7623000 เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและเครื่องมือที่พร้อมให้บริการกับคุณอย่างเต็มที่