ปัจจุบันมีเครื่องมือตัดมากมายหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานเฉพาะอย่าง แต่ในการปฏิบัติงานจริงเราอาจไม่ได้ให้ความสำคัญใน การเลือกใช้เครื่องมือตัดที่ถูกต้องและเหมาะสมกับงานมากนัก การเลือกใช้เครื่องมือตัดที่ถูกต้องเป็นกลยุทธ์พื้นฐานที่สำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพในการตัด ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชิ้นงานและยอดผลผลิต

การเลือก MILLING CUTTER

มีปัจจัยสำคัญในการพิจารณาคือ มุมหลัก 3 มุม ได้แก่ มุมคายตามแนวแกน (Axial Rake Angle) มุมคายตามแนวรัศมี (Radial Rake Angle) และมุมเข้างาน (Approach Angle)

มุมคายมีปัจจัยสำคัญอยู่ 2 ประการสำหรับกระบวนการตัดโลหะ

  • ประการแรกคือ มุมคายจะมีผลต่อความแข็งแรงของเครื่องมือตัด มุมคายที่มีค่าเป็นลบจะสามารถรองรับแรงในการตัดได้มากกว่ามุมคายที่เป็นบวก
  • ปัจจัยอีกประการหนึ่งคือ แรงต้านที่เกิดขึ้นในระหว่างการตัดหรือ Cutting Pressure ถ้าเม็ดมีด มีมุมคายที่เป็นบวกจะช่วยลดแรงต้านในการตัดลงได้ โดยเศษตัดจะสามารถไหลผ่านหน้าเม็ดมีดออกไปได้ดีกว่ามุมคายที่เป็นลบ

มุมเข้างานหรือ Approach Angle เป็นมุมที่ใช้พิจารณาขนาดความหนาของเศษ ถ้ามุมนี้มีขนาดใหญ่จะทำให้เศษที่เกิดขึ้นมีขนาดที่บางและใช้แรงในการตัดน้อย ดังนั้นหากต้องการอัตราการป้อนสูงเพื่อเพิ่มผลผลิตจะต้องทำมุมนี้ให้มีขนาดใหญ่ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกมุมเข้างานยังต้องคำนึงถึงลักษณะชิ้นงานที่ต้องการด้วย เช่น ถ้าต้องการการกัดบ่าก็จำเป็นต้องเลือกมุมเข้างานเป็น 0 องศานั่นเอง

Milling Cutter ที่ออกมาในปัจจุบันจะยึดหลักการเรียกของมุมคายตามแนวแกน (A.R) และตามแนวรัศมี (R.R) ว่าเป็นบวก (Positive) หรือลบ (Negative) ซึ่งสรุปได้ 3 ชนิด แต่ละชนิดจะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันดังนี้

ชนิดที่ 1: Negative-Positive (มุมคายตามแนวแกนเป็นบวกและมุมคายตามแนวรัศมีเป็นลบ)
ข้อดี: เป็นคัตเตอร์ที่สามารถระบายเศษออกได้ดี แรงในการตัดน้อยและใช้ได้กับงานหลายประเภท
ข้อเสีย: ใช้เม็ดมีดได้เพียงด้านเดียว
การใช้งาน: เหมาะกับงานกัดโดยทั่วไป

ชนิดที่ 2: Double Positive (มุมคายตามแนวแกนและมุมคายตามแนวรัศมีเป็นบวก)
ข้อดี: เป็นคัตเตอร์ที่มีการตัดเฉือนดีมาก แรงในการตัดตํ่า ให้ผิวงานที่สมํ่าเสมอ
ข้อเสีย: การระบายเศษออกไม่ดีนัก และใช้เม็ดมีดได้เพียงด้านเดียว
การใช้งาน: เหมาะสำหรับกัดชิ้นงานที่มีความแข็งแกร่งตํ่า (Low Rigidity Workpiece)

ชนิดที่ 3: Double Negative (มุมคายตามแนวแกนและมุมคายตามแนวรัศมีเป็นลบ)
ข้อดี: เป็นคัตเตอร์ที่สามารถวางเม็ดมีดแล้วใช้เม็ดมีดได้ 2 ด้านพร้อมให้ความแข็งแรงที่คมตัด
ข้อเสีย: การตัดเฉือนไม่ดีนัก ใช้แรงตัดมาก การระบายเศษออกไม่ดี
การใช้งาน: เหมาะสำหรับการกัดเบาในงานเหล็กหล่อและเหล็กเหนียว

 

 

ตัวอย่างหนึ่งของ Milling Cutter ที่มีลักษณะเป็น Negative-Positive คือ คัตเตอร์รุ่นใหม่ WFX Type จากบริษัท ซูมิโตโม อีเล็คตริก ฮาร์ดเมทัล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งมีมุมเข้างานเป็น 0 องศา (Approach Angle = 0 deg) สามารถกัดบ่าเพื่อให้ได้มุมฉากที่เที่ยงตรงและผิวสำเร็จ ที่สวยงาม เหมาะสำหรับงานกัดบ่าและใช้งานได้กับวัสดุทั่วไป โดยมีเกรดให้เลือกใช้ตามวัสดุชิ้นงานแต่ละประเภท เพื่อเพิ่มอายุการใช้งาน อาทิเช่น เกรด ACP100/200/300 สำหรับเหล็กเหนียว เกรด ACK200/300 สำหรับเหล็กหล่อซึ่งเป็น เกรดคาร์ไบด์เคลือบผิว และเกรดเซอร์เมท T4500A สำหรับงานเก็บผิวละเอียด

ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรมกับเรา

อัพเดทเทรนด์ เทคโนโลยีใหม่ ได้ตลอดเวลา